วันจันทร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554

จุดเด่นมหาวิทยาลัย



จุดเด่นมหาวิทยาลัย





       ความเป็นมาและความสำคัญ
 โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2542 โดยมีความมุ่งหมายเพื่อสื่อสารถึงอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่มีจุดเริ่มต้นและพัฒนาการอย่างมีความหมายและความสำคัญควบคู่มากับพัฒนาการของสังคม  ตั้งแต่ยุคที่เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม (พ.ศ.2511) จนถึงมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม (พ.ศ.2517) และเป็นมหาวิทยาลัย
มหาสารคาม (พ.ศ.2537) รวมทั้งเป็นศูนย์กลางแห่งการพัฒนาองค์ความรู้ด้านพิพิธภัณฑ์เพื่อส่งเสริมให้สังคมได้รับผลประโยชน์จากกิจการพิพิธภัณฑ์ ทั้งในด้านการปลูกจิตสำนึกแห่งคุณค่าและความสำคัญของท้องถิ่น การจัดการพิพิธภัณฑ์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความต้องการของสังคม
        นอกจากนี้ โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามยังทำหน้าที่สนับสนุนการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และบริการวิชาการด้านพิพิธภัณฑ์ตลอดจนเป็นสถานที่สำหรับการพักผ่อนและจัดกิจกรรมสำหรับคณาจารย์ นิสิต และบุคคลทั่วไป
            สถานที่ตั้ง
        โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามตั้งในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคามตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย  จังหวัดมหาสารคาม  โดยตั้งอยู่บริเวณด้านทิศตะวันออกของอาคารบรมราชกุมารี (สำนักอธิการบดี)
    
         ภายในพื้นที่โครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคามได้แบ่งพื้นที่
ใช้สอยออกเป็น 8 ส่วน ดังนี้
            1. เรือนอีสานประยุกต์หลังใหญ่  ประกอบด้วย  สำนักงาน  ห้องประชุมใหญ่  ห้องประชุมย่อย  ห้องรับรอง  คลังพิพิธภัณฑ์  หอจดหมายเหตุมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  และนิทรรศการพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม 
            2. เรือนอีสานประยุกต์หลังเล็ก  ประกอบด้วยนิทรรศการพัฒนาการมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  และพื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการหมุนเวียน
            3. เรือนโข่ง  ปัจจุบันเป็นที่ตั้งชมรมนาฏศิลป์และดนตรีพื้นเมืองมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
            4. เรือเกย ปัจจุบันเป็นที่ตั้งโครงการอนุรักษ์ใบลานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
            5. เล้าข้าว  ตูบต่อเล้า จัดแสดงเครื่องมือเครื่องใช้ในวิถีชีวิตชาวลุ่มแม่น้ำชี
            6. เรือนผู้ไท  จัดแสดงนิทรรศการภูมิปัชาวลุ่มแม่น้ำชี
            7. ลานกิจกรรม  เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้ง
            8. สถานีศึกษาสัตว์


เรือนอีสาน





                                        

นิทรรศการ
         แสดงถึงพัฒนาการของมหาวิทยาลัยมหาสารคามที่มีความหมาย และความสัมพันธ์ควบคู่มากับพัฒนาการของสังคมตั้งแต่ยุคเริ่มต้นที่เป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษามหาสารคาม(พ.ศ.2511) จนถึงยุคมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมหาสารคาม (พ.ศ.2517) และในยุคมหาวิทยาลัยมหาสารคาม  (พ.ศ.2537) ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นวิถีชีวิตของมหาวิทยาลัยที่เกิดขึ้น  ดำรงอยู่  และเปลี่ยนแปลงอย่างสอดคล้องกับพัฒนาการของสังคม  ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับประเทศ  ระดับภูมิภาค และระดับนานาชาติ  ตลอดจนความหมายและความสัมพันธ์ กับชีวิตของผู้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร นิสิต และบุคคลอื่นๆ
นิทรรศการชุดพระมหากรุณาธิคุณ
         แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่มีต่อมหาวิทยาลัยมหาสารคาม





นิทรรศการชุดผู้บริหาร
          แสดงรายนามผู้บริหารของมหาวิทยาลัยมหาสารคามในอดีตจนถึงปัจจุบัน

 


นิทรรศการชุดอาคารสถานที่
         แสดงพัฒนาการของอาคารและสถานที่ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน




นิทรรศการชุดชีวิตนิสิต
          แสดงวิวัฒนาการด้านต่างๆ เช่น การศึกษา การมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม




  
นิทรรศการชุด อดีต-ปัจจุบัน
          แสดงการเปรียบเทียบภาพในอดีตและปัจจุบันของบุคคลสำคัญต่างๆในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม



วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554


                                              สถานที่ท่องเที่ยว
                             ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
     
ทุ่งดอกกระเจียว ป่าหินงาม ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอ เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ที่นี่นอกจะเป็นทุ่งดอกกระเจียวถือเป็นไฮไลต์ที่เด่นที่สุดของการมาท่อง เที่ยวที่นี่การมาเที่ยวชมที่นี่ นักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสกับทุ่งบัวสวรรค์หรือดอกกระเจียว ราชินีแห่งมวลไม้ดอกของขุนเขาป่าหินงาม ออกดอกสีชมพูอมม่วง ที่จะ ทยอยผลิบานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ที่ออกปีละครั้ง ชูช่อล้อสายลมและสายหมอก ขึ้นเต็มทั่วผืนป่า
ทุ่งดอกกระเจียว ถือเป็นไฮไลต์ท่องเที่ยวช่วงฤดู ฝนแห้งแล้งจะกลับคืนสู่ความเขียวขจีและแต่งแต้มด้วยความ สดใส ของกระเจียวที่ผิดอกสีชมพูเต็มทุ่งหญ้ากว้าง ด้วยความงดงามตระการตาของดอกสีชมพูอมม่วงขึ้นเต็มไป ทั่วผืนป่า ตัดกับพื้นสีเขียวขจีของหญ้าเพ็ก และโขดหินธรรมชาติ อีกทั้งรูปลักษณ์สวยงาม วิจิตรพิสดารทำให้เป็น ทุ่งดอกกระเจียวในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่ที่สุด และงดงามที่สุดในประเทศไทย
ดอกกระเจียวจะพากันบานอยู่

การเดินทางมาชมทุ่งดอกกระเจียวที่ สวยงามที่สุด คือ ในช่วงเช้าที่มีสายหมอกบางๆ ปกคลุม แต่ถ้าหากมาในช่วง บ่ายที่ฝนเพิ่งตกใหม่ๆ ก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้การเที่ยวชมเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ทุ่งดอกกระเจียว แล้ว ยังสามารถชมแหล่งท่องเที่ยวบริเวณข้างเคียงได้อีกด้วย เช่น ป่าหินงาม ซึ่งจะมีก้อนหินรูป ลักษณ์แปลกตา นรูปถ้วยรางวัลฟุตบอลฟีฟ่า รูปดอกเห็ดเขาประตูชุมพล น้ำตกเทพประทาน
ทุ่งดอกกระเจียว ป่าหินงาม

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
1.ลานหินงาม
เป็นที่มาของชื่อ ป่าหินงามมีสภาพเป็นลานหินกว้างครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ล้อมรอบด้วยแนวป่าเต็งรัง บริเวณ ลานหินเต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่รูปทรงแปลกตา เช่น รูปสัตว์ ปราสาทโบราณ หินรูปถ้วย รางวัล ฟุตบอลฟีฟ่า รูปดอกเห็ด;ฯลฯ ซึ่งกิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำมานานนับล้านปี
2.สุดแผ่นดิน
อยู่ห่างจากทุ่งดอกกระเจียวประมาณ 300 เมตร เป็นจุดสูงสุดของ อช. ป่าหินงาม และเป็นหน้าผาสูงสุดชายขอบ ด้านตะวันตกของที่ราบสูงโคราช มีความสูง 846 ม.ทางซ้ายมือเป็นที่ราบในเขต จ.พบุรี เบื้องหน้าเป็นทิวเขาและ ผืนป่า ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาและทางขวามือเป็นพื้นที่ของ จ. เพชรบูรณ์ สิ่งที่ดูพิเศษสุดของจุดชมวิว แห่งนี้ี้คือ ลักษณะของผาหินที่ยื่นออกไปในอากาศคล้ายกับจุดชมวิวผาหำหด แต่มีขนาดใหญ่กว่าเมื่อขึ้น ไปยืน บนหน้าผาจะมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้กว้างไกล
3.ชมทะเลหมอกสุดแผ่นดิน(ช่วงปลายฝนต้นหนาว)
จุดชมทิวทัศน์สุดแผ่นดินงดงามที่สุดในช่วงปลายฝนต้นหนาว เพราะมีสายหมอกปกคลุมผืนป่าเบื้องล่างเป็นบริเวณ กว้าง ทำให้ที่นี่เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามและอยู่ใกล้กรุงเทพฯ อีกแห่งหนึ่ง
สิ่งอำนวยความสะดวกในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
มีบ้านพักของอุทยานไว้บริการนักท่องเที่ยว และร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวมีพื้นที่กางเต็นท์ พร้อมห้อง อาบน้ำ ห้องสุขารวม ไว้ให้บริการ และยังมีบริการลานกางเต้นท์ในกรณีที่นำเต็นท์มากางเอง หรือติดต่อขอใช้ บริการ เต็นท์ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีค่าบริการอยู่หลายอัตราขึ้นอยู่กับชนิด ขนาดของเต็นท์ และอุปกรณ์ ประกอบ อื่นๆรายละเอียดเกี่ยวกับที่พักเต็นท์ขอให้ติดต่อสอบถามกับอุทยานแห่งชาติ โดยตรง
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตู้ ปณ.2 ปทจ.เทพสถิตย์ อ. เทพสถิตย์ จ. ชัยภูมิ36230
โทรศัพท์ : 0 4489 0105ทรสาร : 0 4489 0105
1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
- จากกรุงเทพฯ เดินทางตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรีไปยังสามแยกพุแค แล้วเลี้ยวขวา ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 ไปยังบ้านลำนารายณ์ จากนั้นเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 เส้นทางลำนารายณ์-ลำสนธิ-เทพสถิต-หนองบัวโคก-นครราชสีมาเดินทางจากบ้านลำ นารายณ์ประมาณ 48 กิโลเมตร ก่อนถึงที่ทำการอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปอำเภอหนองบัวระเหว ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ถึงทางแยกซ้ายมือเข้าบ้านไร่ ใช้ระยะทางอีกประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยาน จะมีป้ายบอกตลอดทาง
- จากจังหวัดนครราชสีมา ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ผ่านอำเภอโนนไทย บ้านหนองบัวโคก บ้านคำปิง เมื่อเลยอำเภอเทพสถิตมาประมาณ 1 กิโลเมตร ให้เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2354 ระยะทางประมาณ 17 กิโลเมตร ให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลาดยางระยะทางประมาณ 13 กิโลเมตร ก็จะถึง ที่ทำการอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร
2. โดยรถโดยสารประจำทาง
- เริ่มต้นจากจังหวัดนครราชสีมา (สถานีขนส่งแห่งที่ 2 นครราชสีมา)
1.สายนครราชสีมา - เพชรบูรณ์ (ลงปลายทางที่ท่ารถวะตะแบก)
2.สายนครราชสีมา หล่มสัก
3.สายนครราชสีมา ลำนารายณ์ (ลงปลายทางที่ท่ารถวะตะแบก) (เป็นรถของบริษัท นครชัยแอร์ จำกัด
เที่ยวแรก 05.30 น. เที่ยวสุดท้าย 16.30 น.) ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางถึงอุทยาน แห่งชาติ ป่าหินงาม ใช้เวลาอีก 30 นาที
- จากจังหวัดชัยภูมิ (สถานีขนส่งชัยภูมิ)
1.สายชัยภูมิ ลำนารายณ์ (ลงปลายทางที่ท่ารถวะตะแบกแล้วขึ้นรถโดยสาร /ประจำทางต่อไปยังอุทยานฯ ประจำทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อีกประมาณ 30 นาที)เป็นรถของ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เที่ยวแรก 06.15น. เที่ยวสุดท้าย 15.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง
2.สายชัยภูมิ - สถิต (ลงปลายทางที่สามแยกบ้านไร่) แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม
อีก 18 กิโลเมตร (เที่ยวแรก 07.00 น. เที่ยวสุดท้าย 16.00 น.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
3.สายชัยภูมิ - กรุงเทพฯ (ลงปลายทางที่สามแยกบ้านไร่) แล้วขึ้นรถโดยสาร ประจำทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติ
ป่าหินงาม อีก 18 กิโลเมตร เป็นรถปรับอากาศ (เที่ยวแรก 07.00 น. เที่ยวสุดท้าย 16.00 น.) ใช้เวลาเดินทางประมาณ2 ชั่วโมง
-จากบ้านลำนารายณ์อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี (สถานีขนส่งลำนารายณ์)
1.สายลำนารายณ์ นครราชสีมา (ลงปลายทางที่ท่ารถวะตะแบกแล้วขึ้น รถโดยสารประจำทางต่อไปยัง อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม) เป็นรถของ บริษัท นครชัยแอร์ จำกัด เที่ยวแรก 05.30 น. เที่ยวสุดท้าย 17.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
2.สายลำนารายณ์ - ชัยภูมิ (ลงปลายทางที่ท่ารถวะตะแบกแล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางต่อไปยัง อุทยานแห่งชาติิป่าหินงาม) เป็นรถของบริษัทนครชัยแอร์ จำกัด เที่ยวแรก 05.30 น. เที่ยวสุดท้าย 17.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
- จากกรุงเทพมหานคร (สถานีขนส่งหมอชิต 2)
1.สายกรุงเทพฯ - ชัยภูมิ หมายเลข 9909 ผ่านอำเภอเทพสถิต (ลงปลายทาง ที่สามแยกบ้านไร่) แล้วขึ้นรถ โดยสารประจำทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติป่าหินงามอีก 18 กิโลเมตร เป็นรถของบริษัทแอร์ชัยภูมิ จำกัด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง เป็นรถปรับอากาศ เที่ยวแรก 10.00 น. บริษัทแอร์ชัยภูมิ&
โทรศัพท0-4481-1556
2. สายกรุงเทพฯ - ชัยภูมิ หมายเลข 28 (ลงปลายทางที่หนองบัวโคก) แล้วขึ้นรถโดยสารประจำทางต่อไปยัง อำเภอเทพสถิต (ท่ารถวะตะแบก) อีก 54 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง รถออกทุกชั่วโมง มีบริการเดินรถ สายกรุงเทพฯ- เทพสถิต - ชัยภูมิ
3.รถไฟ
 ติดต่อขอ รถไฟ จากสถานีรถไฟหัวลำโพง กทม. ผ่านเขื่อน ป่าสักชลสิทธิิ์ถึงสถานี รถไฟวะตะแบก (เทพสถิต) จากนั้นเดินทางต่อโดยรถโดยสาร ระยะทาง ประมาณ35 กิโลเมตร เพื่อไปสู่อุทยานป่าหินงามการรถไฟแห่งประเทศ ไทย   โทรศัพท์  1609,  0-2223-7010,  0-2223-7020